เมาส่งท้ายปี หนุ่มก่อเหตุอาละวาดทำร้ายบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลช่วยทำแผลรถล้ม

           มีรายงานเข้ามาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย  ว่ามีคนได้รับประสบอุบัติเหตุขับรถมอเตอร์ไซค์ล้มมารักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเกิดคลุ้มคลั่งเขาทำร้ายร่างกายบุคลากรทางการแพทย์ของทางโรงพยาบาลจนได้รับบาดเจ็บหลายคนไม่ว่าจะเป็นคุณหมอหรือพยาบาลอีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆภายในโรงพยาบาลก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน

       เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2563  โดยโรงพยาบาลที่แจ้งความไว้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นคือโรงพยาบาลเวียงแก่น  โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่คนไข้ทำร้ายร่างกายคุณหมอและพยาบาลในวันที่ 30 ดังกล่าวนั้นได้มีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้และยังมีหลักฐานเป็นบุคคลที่มารักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลรวมถึงคุณหมอและพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุตอนที่เกิดเรื่องดังกล่าวด้วย

      ซึ่ง เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อทางโรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บจากการขับมอเตอร์ไซค์ล้มมาทำแผล  แต่หลังจากที่กำลังทำแผลให้อยู่นั้นผู้บาดเจ็บก็เกิดอาการคุ้มคลั่งเนื่องจากว่ามีอาการเมามากจะได้ทำร้ายบุรุษพยาบาลคุณหมอและพยาบาลที่อยู่ในเวรยามที่กำลังปฏิบัติงานตรงบริเวณดังกล่าวนั้นซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่หลายคนในการจับตัวชายคนดังกล่าวว่าจะสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้

        และแล้วหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุการณ์   แล้วปล่อยให้ชายคนดังกล่าวสงบสติอารมณ์จึงรู้ว่าใช้ที่ก่อเหตุนั้นมีอายุ 26 ปีเป็นคนจังหวัดเชียงรายชื่อว่านายเฉลิมชัย ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทนั้นก็เพราะว่าเกิดจากอาการเมาและกระทำไปโดยที่ไม่รู้สึกตัวเนื่องจากว่าพึ่งไปทำงานกินเลี้ยงฉลองวันปีใหม่กับเพื่อนๆหลังจากนั้นขับรถกลับบ้านแล้วเกิดอุบัติเหตุรถล้มจึงมาทำแผลที่โรงพยาบาลแล้วก็เกิดเหตุการณ์ดังในคลิปที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีไว้นั่นเอง

        หลังจากที่นายเฉลิมชัยสร่างเมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็รู้สึกผิดต่อการกระทำของตนเองจึงได้ไปขอโทษแพทย์และพยาบาลที่ตนเองได้ทำร้ายร่างกายและขอโทษผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ทำร้ายข้าวของภายในโรงพยาบาลจนได้รับความเสียหายอย่างไรก็ตามแต่ทางโรงพยาบาลได้มีการแจ้งความเอาผิดไว้เรียบร้อยแล้ว

           ถึงแม้ว่าทางโรงพยาบาลจะไม่ได้ติดไปกับการกระทำผิดในครั้งนี้แต่ก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายและทางผู้อำนวยการยังมีการฝากร้องมาถึงประชาชนที่ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลว่าขอให้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่คุณหมอและพยาบาลในการรักษาอาการป่วยจะได้รักษาอาการป่วยได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดความวุ่นวายเหมือนกับเหตุการณ์นี้อีก  เพื่อที่หมอและพยาบาลจะได้ปฎิบัติหน้าที่โดยที่ไม่ต้องมานั่งหวาดกลัวว่าคนไข้จะอาละวาดทำร้ายได้

 

สนับสนุนโดย.    เว็บหวยลาวชุด

ลูกค้าโอนจ่ายบาทเดียว ค่าอาหารร้านชาบู เจ้าของร้านโพสต์ เฟสบุ๊ก ตามจนเจอ

     มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 27 เดือนมกราคมปีพศ 2564 เพื่อประกาศตามหาลูกค้าสาวประเภทสองซึ่งเป็นวัยรุ่น      โดยระบุว่าลูกค้าได้เดินทางมาที่ร้านชาบูของตนเองและกินอาหารไปเป็นเงินทั้งสิ้น 576 บาท  แต่ลูกค้าชำระค่าบริการมาเพียงแค่บาทเดียวเท่านั้นเลยลูกค้าแจ้งว่าไม่ได้มีการกดเงินมาขอเป็นการโอนเงินชำระค่าอาหารผ่านทางแอพพลิเคชั่นของธนาคารและเมื่อมีการโอนเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ก็แสดงสลิปให้กับพนักงานที่เก็บเงินแต่สลิปที่ส่งมาให้ดูนั้นเป็นสลิปปลอม  ซึ่งเจ้าของร้านที่โพสต์ตามหาลูกค้าคนดังกล่าวนั้นมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถเห็นใบหน้าของลูกค้าคนดังกล่าวรวมถึงสามารถซูมเห็นสลิป และขั้นตอนการโอนเงิน อีกด้วย 

         อย่างไรก็ตามลูกค้าที่เจ้าของร้านชาบูตามหานั้นมีจำนวนด้วยกัน 2 คนซึ่งเป็นสาวประเภทสองทั้งคู่เลยลูกค้ารายดังกล่าวนั้นมารับประทานอาหารที่ร้านชาบู  แห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดเลย  โดยรายละเอียดของ Facebook ยังระบุอีกด้วยว่าลูกค้าทั้งสองคนนั้นเคยมากินชาบูที่ร้านดังกล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้และเคยทำการโอนเงินจ่ายค่าอาหารให้กับทางร้านเพียงแค่ 1 บาทมาแล้วครั้งหนึ่ง

       ซึ่งในครั้งนั้นทางร้านชาบูเองไม่ได้ติดใจเอาความและไม่ได้ประกาศตามหาให้ลูกค้ามาชำระเงินเพิ่ม  แต่ครั้งนี้ลูกค้าคนเดิมกลับมาทำพฤติกรรมเหมือนเดิมอีกทางร้านจึงจำเป็นต้องมีการโพสต์คลิปประกาศตามหาให้ลูกค้ามาจ่ายเงินโดยยอดสำหรับที่ต้องจ่ายจะเป็นยอดรวมทั้งสิ้น 1152 บาทเพราะเป็นยอดรวมที่เรียกเก็บของค่าอาหารชาบูงวดที่แล้วที่ยังไม่จ่ายด้วยเช่นเดียวกัน

       หลังจากที่คลิปและ Facebook มีการเผยแพร่ออกไป ลูกค้าทั้งสองคนก็ติดต่อมาที่ร้านชาบูเพื่อทำการขอชำระเงินโดยให้เหตุผลว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะทำการโกง แต่เป็นการโอนผิดโดยเป็นการกดตัวเลขผิดซึ่งลูกค้าทั้งสองคนยินดีรับผิดชอบ   โดยสาวประเภทสองหนึ่งในลูกค้าที่โกงค่าอาหารที่ร้านชาบูนั้นได้บอกกับทางร้านว่าไม่ได้มีเจตนาโกงหลังจากที่มีการโพสต์ติดตามหาและคนในครอบครัวของเธอเห็นโพสดังกล่าวก็รีบบอกเธอทันทีและเธอก็รีบติดต่อมาที่ร้านทันทีเพื่อมีการแสดงความรับผิดชอบว่าตนเองนั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะโกงเงินค่าชาบูแต่อย่างใด

      สำหรับทางด้านเจ้าของร้านตอนนี้ให้ข้อมูลว่าลูกค้าจ่ายค่าอาหารหมดซึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วและทางร้านก็น้อมรับคำขอโทษของลูกค้าและยังมีการฝากเตือนไปถึงคนอื่นๆอีกด้วยว่าการกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง 

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวยออนไลน์ยังไง

เด็กเกาหลีอายุไม่ถึงสองขวบถูกพ่อแม่ทำร้ายจนตาย

              สำนักข่าวต่างประเทศมีการรายงานข่าวจากประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 3 เดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564   เรื่องเด็กน้อยชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กหญิง ถูกพ่อแม่ทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและตายไปในทีสุด  อาการของเด็กน้อยนั้นมีความเสียหายทั้งอวัยวะภายใน และยังกระดูกหักอีกหลายที่ อีกทั้งสิ่งที่ทำให้หลายคนที่ติดตามข่าวสะเทือนใจนั้นก็เพราะว่ามีรายงานข่าวว่าก่อนตายเด็กหญิงมีอาการซึม และไม่ยอมที่จะกินข้าว

         ตามรายงานข่าวระบุเด็กชาวเกาหลีใต้คนนี้อายุเพิ่งมีอายุแค่ หนึ่งขวบแปดเดือนเท่านั้นเอง แต่เดิมเด็กน้อยคนนี้เป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงเอาไว้ที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก  หลังจากนั้นก็มี พ่อแม่ชาวเกาหลีใต้คู่หนึ่งมาขอรับเลี้ยงเด็กหญิงเป็นบุตรบุญธรรม  ซึ่งนับตั้งแต่เด็กไปอยู่กับพ่อแม่บุญธรรม ทางด้านเจ้าหน้าที่ของศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ก็สังเกตเห็นว่าเด็กมักจะมีอาการเหม่อลอย และบางครั้งก็มีร่องรอยเขียวช้ำตามลำตัว ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ของศูนย์รับเลี้ยงเด็กเคย แจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบครอบครัวนี้แล้ว เพราะสงสัยว่าเด็กจะถูกทารุณ แต่เจ้าหน้าที่ก็เพิกเฉย ซึ่งมีการติดต่อถึงสองครั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ทำอะไรเลย

           ตามรายงานข่าวแจ้งว่า หนูน้อยรายนี้ไปอยู่กับครอบครัวใหม่นี้ตั้งแต่ตอน 6 เดือนและตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพ่อแม่บุญธรรมของเธอมักจะไม่ค่อยสนใจหนูน้อยคนนี้สักเท่าไหร่ เพราะมีข่าวออกมาบ่อยครั้งว่า เด็กมักจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว บางครั้งก็ทิ้งไว้ในบ้าน บางครั้งก็ทิ้งไว้ในรถ

          อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12 เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2563  เจ้าหน้าที่ศุนย์รับเลี้ยงเด็กสังเกตเห็นหนูน้อยไม่ยอมกินข้าว และไม่ยอมเล่นหรือพูดคุยกับใคร เอาแต่นั่งเหม่อ และเมื่อไปสำรวจตามร่างกายก็พบว่าร่างกายเป็นแผลและมีรอยเขียวเต็มไปหมดที่สำคัญบริเวณท้องของเด็กน้อยมีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อนำตัวเด็กไปส่งรักษาที่โรงพยาบาลปรากฏว่า คุณหมอแจ้งว่าอวัยวะภายในได้รับความเสียหายหนัก และวันต่อมา หนูน้อยก็จากไปอย่างสงบ  

         ซึ่งหลังจากมีการตรวจสอบศพ พบว่านอกจากอวัยวะภายในจะพังเสียหายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกระดูกตรงไหปลาร้า หรือที่ขา และที่แขน ของเด็กก็หักทั้งหมดอีกด้วย เรียกได้ว่าเด็กน้อยคนนี้ได้รับการทารุณและทรมานอย่างหนักมากก่อนที่เธอจะเสียชีวิต ซึ่งเมื่อเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกมา ผู้คนที่ได้ยินข่าวนี้ต่างก็รู้สึกสงสารเด็กนอ้ยคนนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

       หลายคนออกมาเรียกร้องให้ลงโทษพ่อแม่บุญธรรมคู่นี้ให้หนักและควรจะลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีคนแจ้งเหตุแล้วไม่ยอมไปทำการตรวจสอบจนสุดท้ายทำให้เด็กต้องตายอย่างอนาถแบบนี้ 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยออนไลน์

ตำรวจตามจับเจ๊ต้อยยิงอดีตสามีได้รับบาดเจ็บและเมียใหม่ของสามีตาย

    เมื่อวันที่ 15 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแม่ค้าคนหนึ่งเธอมีชื่อว่าเจ๊ต้อย  โดยเธอนั้นได้มีการใช้อาวุธปืนยิงอดีตสามีที่เลิกรากันไปแล้วพร้อมกับภรรยาใหม่ของอดีตสามี  ซึ่งในขณะนี้อดีตสามีของเจ๊ต้อยได้รับบาดเจ็บสาหัสยังอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ส่วนภรรยาใหม่ของอดีตสามีของเจ๊ต้อยนั้นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดลำปางในเขตตำบลเวียงเหนือ 

         และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมเจ๊ต้อยเพื่อมาสอบถามถึงสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้เธอได้ให้เหตุผลในการก่อเหตุว่าเธอรู้สึกโกรธแค้นสามีของเธอเป็นอย่างมากโดยเธอกับสามีนั้นได้เลิกรากันไปแล้วแต่พวกเธอทั้งคู่นั้นก็มีลูกอยู่ด้วยกันซึ่งลูกของเธอยังคงต้องเรียนหนังสือแต่ตั้งแต่เลิกรากันไปอดีตสามีของเธอไม่เคยส่งเงินมาเลี้ยงดูลูกเลยทำให้เธอเกิดภาวะความเครียดเนื่องจากว่าตนเองต้องหาเงินเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว

         และในวันเกิดเหตุตนเองบังเอิญว่าเธอไปเจออดีตสามีของเธอซึ่งกำลังอยู่กับภรรยาใหม่และทั้งคู่นั้นดูมีเงินมีทองและรักใคร่กันดีทำให้เธอนั้นรู้สึกไม่พอใจและเกิดอาการน้อยใจที่เห็นอดีตสามีเอาใจพยายามไหนโดยที่เขาไม่หันมาสนใจลูกของเขาเลยทำให้เธอนั้นเกิดบันดาลโทสะและตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงคนทั้งคู่

         อย่างไรก็ตามในขณะที่เจ๊ต้อยกำลังให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่นั้นลูกสาวของเจ๊ต้อยก็มานั่งให้กำลังใจอยู่ที่สถานีตำรวจเช่นเดียวกันโดยขณะนี้ลูกสาวของเจ๊ต้อยอายุ 17 ปีแล้วสามารถดูในตนเองได้แล้ว

           อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นการกระทำของเจ๊ต้อยสร้างความเสียหายให้กับตัวแกไปเองเพราะตัวเจ๊ต้อยเองนั้นขณะนี้อยู่กับลูกเพียงแค่สองคนเท่านั้นเมื่อจะต้อยยิงคนตายเจ๊ต้อยก็จะต้องติดคุกและลูกสาวของเจ๊ต้อยก็จะต้องอยู่คนเดียวไม่มีคนดูแลและไม่มีคนหาเงินส่งให้ลูกของเจ๊ต้อยได้เรียนหนังสือ

               ดังนั้นคดีนี้จึงสามารถนำมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่มีครอบครัวแล้วเลิกรากันไป  และหากคนใดคนหนึ่งไปมีครอบครัวใหม่ก็ควรจะต้องทำใจเพราะเราได้ตัดสินใจที่จะเลิกรากับสามีหรือภรรยาไปแล้ว  ไม่ควรจะเกิดอาการหึงหวงหรือไม่พอใจและถ้าหากมีปัญหาอะไรควรพูดคุยกันดีๆให้มองย้อนกลับไปข้างหลังว่าเรายังมีห่วงที่ยังต้องดูแลใครอยู่หรือไม่อย่างกรณีเจ๊ต้อยที่เขายังมีลูกสาวที่ต้องคอยดูแลอันนี้ขนาดนี้หากเขาติดคุกไปลูกสาวของเขาก็จะต้องอยู่ตัวคนเดียวไม่มีคนดูแลนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

ใส่รองเท้าหุ้มส้นให้เคาะรองเท้าก่อนเผื่อมีสัตว์มีพิษอยู่

          เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีเมื่อมีผู้ปกครองคนนึงได้มีการโพสต์ Facebook เป็นภาพเท้าของเด็กหญิงวัย 7 ขวบและรูปภาพของสัตว์เลื้อยคลานนั่นก็คือกิ้งกือ  โดยในภาพนั้นจะเห็นว่าเท้าของเด็กหญิงวัย 7 ขวบนั้นมีลักษณะบวมแดง

           และใน Facebook ของชายคนดังกล่าวได้มีการระบุว่านั่นคือภาพเท้าของลูกสาวของเขาวัย 7 ขวบซึ่งพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการโดนพิษของกิ้งกือจนทำให้เท้าบวมเลยเขาต้องการโพสต์ Facebook นี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆคนที่จะต้องใส่พวกรองเท้าหุ้มส้นว่าควรระมัดระวังโดยควรจะมีการเคาะรองเท้าก่อนที่จะสวมใส่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครองที่มีลูกหลานควรจะต้องมีการดูแลตรวจสอบทุกครั้ง

           สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 7 ขวบระบุว่า ลูกสาวของเขานั้นได้ถูกพิษของกิ้งกือจนทำให้เท้ามีอาการอักเสบและบวมแดงซึ่งทางแพทย์จากทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาได้มีการรักษาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่เขาอยากจะให้ภาพดังกล่าวนั้นถูกแชร์ไปให้มากๆเพื่อจะได้เป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆคนให้ระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงเวลานี้ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝนมักจะมีสัตว์มีพิษหรือสัตว์เลื้อยคลานคลานเข้าไปอยู่ในรองเท้าของเราเพื่อความอบอุ่นนั้นเอง

       ดังนั้นเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเท้าจากการถูกสัตว์มีพิษหรือสัตว์เลื้อยคลานกัดหรือทำร้ายควรจะต้องมีการเคาะรองเท้าก่อนใส่ทุกครั้งเพื่อที่จะได้เป็นการสำรวจรองเท้าของเราว่าจะไม่มีสัตว์เลื้อยคลานเลยเข้าไปอยู่ในรองเท้าเพื่อลดปัญหาลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากเหตุการณ์ถูกสัตว์มีพิษในรองเท้ากัดเอาได้

           สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้ทางด้านผู้ปกครองของเด็กบอกว่าโดยปกติแล้วเขาจะมีการสอนลูกของตนเองอยู่แล้วว่าก่อนใส่รองเท้าทุกครั้งให้มีการเคาะรองเท้าก่อนเพราะจะเป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์มีพิษนั้นอยู่ในรองเท้าซึ่งปกติแล้วลูกสาวจะทำอยู่เป็นประจำแต่ในวันดังกล่าวนั้นเกิดฝนตกหนักและมีความรีบเร่งที่จะต้องรีบไปโรงเรียนทำให้เด็กนั้นไม่ได้ขอรองเท้าและสวมใส่ไปในทันทีซึ่งเด็กนั้นไม่รู้ด้วยว่ามีกิ้งกืออยู่ในรองเท้ามีการใส่เดินไปมาตลอดทั้งวันจนเมื่อกลับถึงบ้านจึงพบว่าเท้าของตนเองนั้นมีอาการบวมแดงและเมื่อพาไปที่โรงพยาบาลจึงพบว่าเป็นการแพ้พิษของกิ้งกือนั่นเอง 

          นับได้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เด็กหญิงวัย 7 ขวบนั้นโชคดีมากๆที่เพียงแค่โดนพิษกิ้งกือเพียงเท่านั้นถ้าหากไปเจอพิษที่เป็นพิษร้ายแรงเช่นพิษของงูหรือพิษของพวกตะขาบหรือแมลงป่องอาจจะสร้างความเสียหายและอันตรายให้กับเด็กหญิงวัย 7 ขวบได้มากกว่านี้ซึ่งถ้าหากพิกุลแรงมากก็อาจจะเกิดอันตรายจนถึงแก่ความตายได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  สมัครสมาชิกหวยออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ

เจ้าของอู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ตายปริศนา

       เมื่อวันที่ 10 เดือนกันยายนปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจท่าไม้รวก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจังหวัดเพชรบุรีได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีผู้พบศพชายคนหนึ่งเสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเองเมื่อเดินทางไปถึงสถานที่เกิดเหตุนั้นพบว่าบ้านหลังเกิดเหตุนั้นอยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 500 เมตรและบ้านนั้นอยู่ตรงกลางป่าละเมาะซึ่งห่างไกลจากบ้านหลังอื่นๆอยู่ที่ประมาณ 50 เมตรด้วยกัน

อย่างไรก็ตามร่องรอยการเสียชีวิตของเจ้าของบ้านนั้นพบว่าสภาพศพนั้นน่าทิ่มลงไปในอ่างอาบน้ำแต่เมื่อนำศพขึ้นมากับพบร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายและเมื่อสำรวจบริเวณบ้านก็พบว่าบริเวณข้างบ้านและตรงบริเวณประตูทางเข้ามาจนถึงบริเวณห้องน้ำนั้นมีร่องรอยของเลือดและรอยลากทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อได้ว่าส่งของชายดังกล่าวนั้นไม่ได้เสียชีวิตเอง

แต่น่าจะถูกทำร้ายร่างกาย  โดยสรุปดังกล่าวนั้นเป็นศพของเจ้าของบ้านที่ชื่อนายภควัตมีอาชีพเป็นช่างซ่อมจักรยานรถยนต์  โดยคนที่พบศพคนแรกนั้นเป็นภรรยาของนายภควัตเอง

   ซึ่งทางด้านภรรยาของนายภควัตนั้น  ได้ให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเธอและสามีของเธอนั้นจะนอนอยู่กันบ้านคนละหลังเนื่องจากสามีของเธอนั้นต้องทำการเปิดอู่ซ่อมรถแต่เช้าทุกวันซึ่งบ้านหลังที่สามีของเธออยู่นั้นจึงมีการเลี้ยงสัตว์เอาไว้และสามีเธอต้องอยู่เฝ้าสัตว์แต่ในทุกๆวันสามีจะต้องมีการซื้ออาหารไปไว้ให้เธอทานดังนั้นวันที่เกิดเหตุนั้นเธอเห็นว่าสายแล้ว

แต่สามียังไม่หาอะไรมาให้กินเธอจึงได้ไปดูสามีที่บ้านเพราะคิดว่าอาจจะป่วยได้แต่เมื่อไปถึงพบว่ามีการล็อคและตะโกนเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีคนมาเปิดแต่ผิดสังเกตตรงที่เห็นคราบเลือดครบรอบบ้านและที่สำคัญรถมอเตอร์ไซค์ของผู้เสียชีวิตก็ยังจอดอยู่หน้าบ้านเธอจึงได้ไปหาเพื่อนบ้านเพื่อให้มาช่วยกันงัดประตูทางเข้าบ้านเมื่อเข้าไปหาภายในบ้านก็ไม่พบสามีของตนเองตอนแรกคิดว่าสามีนั้นน่าจะออกไปข้างนอกพอดีตาของเธอนั้นเหลือบไปเห็นว่าห้องน้ำยังไม่มีการปิดไฟเธอจึงเดินไปในห้องน้ำหวังจะปิดไฟแต่เมื่อเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปก็พบร่างสามีของเธอนั้นนอนเสียชีวิตอยู่ภายในอ่างอาบน้ำแล้วดังนั้นเธอจึงได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

  ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการสอบพยานหลักฐานไปหลายปากแล้วทั้งตัวภรรยาของผู้เสียชีวิตเองและเพื่อนบ้านซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งหาสาเหตุและผู้ร้ายที่กระทำการอุกอาจในครั้งนี้อยู่แต่ต้องนำตัวมาลงโทษได้อย่างแน่นอน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    สมัครเว็บหวยฮานอย

เสี่ยรถเบนซ์ ขับรถชนตำรวจจ่ายเงินเยียวยา ผู้เสียหาย 45 ล้านบาท

        จากกรณีที่เสี่ยขับรถเบนซ์คนหนึ่งไปงานเลี้ยงสังสรรค์และกินเหล้าออกมาขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุชนคู่กรณีเป็นชายหญิงคู่หนึ่งเสียชีวิตซึ่งต่อมาทราบว่าคู่กรณีนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและที่สำคัญทั้งคู่มีลูกสาวอยู่ด้วยกัน 1 คนและหลังจากที่เกิดเหตุนั้นเสี่ยขับรถเบนซ์ก็ได้ดูรายเดียวยาลูกสาวของคู่กรณีอย่างดีมาเสมอโดยจ่ายค่าเสียหายให้กับลูกสาวของผู้ที่เสียชีวิตไปทั้งหมด 45 ล้านบาทอีกทั้งยังสำนึกผิดด้วยการไปบวชให้กับผู้เสียชีวิตอีกด้วย

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นหลายคนรู้สึกว่าเสี่ยรถเบนซ์หรือนายสมชายได้รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆอย่างไรก็ตามมีข่าวออกมาหลังจากนั้นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการส่งเรื่องดำเนินคดีกับชายที่ขับรถเบนซ์อยากทราบมาภายหลังอีกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นส่งเรื่องขอให้ศาลดำเนินคดีต่อนายสมชายที่ขับรถเบนซ์ทันที

โดยไม่ต้องรอลงอาญาทำให้ประชาชนที่ทราบข่าวนี้ต่างก็รู้สึกไม่พอใจโดยนำเหตุการณ์ของเสี่ยขับรถเบนซ์ชนคนเสียชีวิตแล้วออกมารับผิดชอบไปเปรียบเทียบกับกรณีของทายาทตระกูล เรดบลู นั่นก็คือ นายบอส   อยู่วิทยา  ที่เขาได้ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตแต่ไม่ออกมายอมรับอีกทั้งยังสั่งให้ลูกน้องเป็นคนออกมายอมรับว่าเป็นคนขับรถชนเองแต่จำนวนด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดแต่อย่างไรก็ตามด้วยการต่อสู้มาอย่างยาวนานที่สุดแล้ว นาย บอส อยู่วิทยาก็รอดจากคดีการขับรถชนคนเสียชีวิตทำให้คนในสังคมต่างก็รู้สึกไม่พอใจต่อการคำสั่งตัดสินของศาลและการดำเนินคดีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำทั้ง 2 คดีนั้น

มาเปรียบเทียบกันจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตทุกหน้าหนังสือพิมพ์จะมีการโจมตีเกี่ยวกับข่าวนี้ทุกวันเป็นระยะเวลาหลายวันแล้วซึ่งทางด้านนายสมชายซึ่งเป็นเสียเจ้าของขับรถเบนซ์ที่เป็นหนึ่งในหัวข้อข่าวนั้นได้ออกมาขอร้องสำนักข่าวทุกสำนักข่าวที่กำลังทำข่าวของตนเองอยู่ทุกวันนี้ว่าด้วยคดีความของเขานั้นได้มีการถูกศาลสั่งให้ตัดสินสิ้นสุดคดีความและได้รับโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เขาไม่ต้องการให้นักข่าวนำข่าวของเขามาโยงเกี่ยวกับคดีล่าสุดของนายบอสเนื่องจากว่าเขาไม่อยากให้เด็กหญิงวัย 12 ปีซึ่งเป็นลูกสาวผู้เสียชีวิตในกรณีอุบัติเหตุที่เขาได้ทำขึ้นมานั้นต้องรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพ่อและแม่ของตนเองอีกแล้วเขาไม่อยากให้เด็กหญิงนั้นต้องมาคิดถึงพ่อกับแม่ซึ่งเขารู้สึกสงสารไม่อยากให้มีปัญหากระทบจิตใจของเด็กน้อยวัย 12 ปีดังนั้นนายสมชายจึงได้ออกมาวิงวอนสื่อให้หยุดเขียนภาพพิมพ์เกี่ยวกับกรณีอุบัติเหตุที่เขาได้ทำขึ้นมานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยออนไลน์ยังไง

พนักงาน Grab Food ไม่สบายขนาดส่งของแต่ไม่ยอมหยุดพัก

         เหตุการณ์ที่น่าชื่นชมในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งคนที่มีการโพสต์เรื่องราวนั้นก็คือพลเมืองดีนั่นเองโดยสาเหตุที่พลเมืองดีคนดังกล่าวนั้นต้องออกมาพูดถึงเรื่องการช่วยเหลือพนักงาน Grab Food ในครั้งนี้เนื่องจากว่าเขาต้องการให้คนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารในครั้งนี้เห็นใจอาชีพพนักงาน Grab Food

ซึ่งบางครั้งพวกเขาอาจจะมีการส่งของล่าช้าแต่ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าพนักงานอาจจะติดธุระหรือมีเหตุจำเป็นจริงๆจึงทำให้ส่งของล่าช้าดังนั้นอย่าให้ผู้คนเข้าใจและไม่ต้องต่อว่าพนักงานหากวันไหนที่มีการสั่งอาหารแล้วได้รับของล่าช้านั่นเองโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ชายหนุ่มนามว่า  เควิน  กำลังขับรถเพื่อจะเดินทางกลับบ้านซึ่งในขณะที่รถติดไฟแดงอยู่นั้นเขาสังเกตเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งใส่เสื้อของ Grab Food จอดอยู่บริเวณด้านหน้ารถยนต์ของเขา

โดยลักษณะของชายหนุ่มที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ Grab Food นั้นมีลักษณะโค้งตัวไปข้างหน้าเหมือนกับว่าเขากำลังเป็นอะไรสักอย่างและด้วยความสงสัยและคิดว่าพนักงานขับรถมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าวอาจจะต้องการความช่วยเหลือจากเขาเขาจึงได้ลงจากรถลงไปดูจึงทำให้ทราบว่าพนักงานคนดังกล่าวกำลังปวดท้องอย่างหนักเขาจึงได้ช่วยเหลือให้พนักงาน Grab Food คนดังกล่าวเป็นนั่งพักบริเวณด้านข้างฟุตบาท

โดยช่วยเข็นรถมอเตอร์ไซค์ไปให้หลังจากนั้นก็ได้มีการแนะนำให้พนักงาน Grab Food นั้นกลับไปพักผ่อนที่บ้านให้เลิกงานในวันนี้ไปก่อนแต่พนักงานคนดังกล่าวยืนยันว่าเขาจะไม่กลับบ้านเพราะเขายังต้องติดภารกิจในการที่จะไปส่งอาหารอีก 1 ที่ซึ่งเป็นที่สุดท้ายแล้วด้วย Kevin เห็นว่าอาการของพนักงาน Grab Food นั้น

ไม่ค่อยจะสู้ดีนักเลยเขาได้มีการจับตัวละพบว่าพนักงานส่งอาหารนั้นมีอาการตัวเย็นเฉียบและยังหน้าซีดมากอีกด้วยดังนั้นด้วยความสงสารเขาจึงให้พนักงานคนดังกล่าวนั้นกลับไปพักผ่อนที่บ้านโดยเขาพาไปส่งเองถึงที่บ้านส่วนอาหารที่เหลือการส่งอีกที่เดียวนั้นเขารับหน้าที่เป็นผู้ไปส่งสินค้าให้กับพนักงาน Grab Food เอง

ในที่สุดพนักงานฟู้ดก็ยินยอมที่จะกลับไปพักผ่อนหลังจากนั้นเควินก็ได้นำสินค้าไปส่งตามที่รับปากกับพนักงาน Grab Food เอาไว้และเขาก็ได้มีการโพสต์เรื่องราวลง Facebook โดยหวังว่าหากใครที่มีการสั่งอาหารแล้วได้รับของล่าช้าก็ให้เข้าใจพนักงานจะได้ต่อว่าพนักงานมากนักและยังพูดถึงพนักงานที่ส่งอาหารทุกคนว่าให้ดูแลสุขภาพของตนเอง

เป็นอันดับที่ 1 อย่าสนใจในเรื่องของงานมากจนไม่ได้ดูแลตนเองซึ่งเมื่อเรื่องราวของเขาได้เผยแพร่ออกไปคนในโลกออนไลน์ต่างก็ยกย่องการทำความดีของเควินในครั้งนี้กันมากจนเขากลายเป็นคนดังในโลกออนไลน์ไปแล้วในขณะนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี